คำถามต่อไปนี้มีผู้สงสัยคล้ายๆ กัน เพื่อขจัดความสงสัยในการเข้าอบรมแนวทางนี้ จึงมีคำตอบที่มีเหตุผล
และให้ความกระจ่างแก่ผู้สงสัย ดังนี้

1.ทำไมการอบรมวิปัสสนาจึงต้องนานถึงสิบวัน

การเรียนรู้วิธีปฏิบัติวิปัสสนาภายใน10 วันนั้น ถือว่าเป็นระยะเวลาที่สั้นที่สุดแล้วในกระบวนการเรียนรู้วิธีการปฏิบัติที่จำเป็นและสำคัญ ส่วนการพัฒนาการปฏิบัตินั้นถือเป็นงานที่ต้องฝึกฝนกันไปตลอดชีวิต ประสบการณ์จากการจัดหลักสูตรปฏิบัติรุ่นแล้วรุ่นเล่า ได้แสดงให้เห็นว่า หากหลักสูตรมีระยะเวลาสั้นกว่าสิบวัน ผู้ปฏิบัติจะไม่ได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงในการฝึกจิตให้สงบจนสามารถเข้าไปรับรู้ปรากฏการณ์ของกายและจิต
ในอดีตการสอนวิปัสสนาตามแนวทางนี้จะใช้เวลาถึงเจ็ดอาทิตย์ แต่ต่อมาได้มีการปรับหลักสูตรให้สั้นที่สุด เพื่อให้ปรับให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนในปัจจุบัน

2.ต้องปฏิบัติเป็นเวลากี่ชั่วโมงในแต่ละวัน

ระฆังเริ่มตีที่เวลาสี่นาฬิกา และจะปฏิบัติไปจนถึงสามทุ่ม เวลาสำหรับการปฏิบัติสมาธิวิปัสสนานั้นประมาณสิบชั่วโมงต่อวัน โดยมีการหยุดพัก และเวลาให้พักผ่อนเป็นช่วงๆ และในทุกๆ เย็นเวลาหนึ่งทุ่มจะมีการเปิดเสียงคำบรรยายธรรมของท่านอาจารยโกเอ็นก้า (เป็นภาษาไทย) เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติได้เข้าใจประสบการณ์จากการปฏิบัติของตนเองในแต่ละวัน ซึ่งการจัดตารางการปฏิบัติแบบนี้ ได้พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติเป็นหมื่นเป็นแสนคนมาแล้วในระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา โปรดดูตารางเวลาในหน้าคำแนะนำ

3.ใช้ภาษาอะไรในหลักสูตร

คำสอนจะมาจากไฟล์เสียงท่านอาจารย์โกเอ็นก้าที่พูดเป็นภาษาอังกฤษ ตามด้วยการแปลกำกับเป็นภาษาไทย

4.การเข้าอบรมต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร

ผู้ที่เข้าปฏิบัติจะได้รับอานิสงค์จากผู้ปฏิบัติที่ได้ผ่านการอบรมในคอร์สที่ผ่านมาก่อนหน้าแล้ว ทุกๆคอร์สจะไม่มีการเรียกเก็บค่าสอน ค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด การอบรมในแนวทางนี้ทั่วโลกดำเนินการบนพื้นฐานของการบริจาคจากผู้ปฏิบัติเก่าเท่านั้น หากท่านได้รับประโยชน์จากการเข้ารับการอบรม ท่านก็สามารถบริจาคทรัพย์เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรครั้งต่อๆไป ทั้งนี้เป็นไปตามความตั้งใจ ศรัทธา และฐานะของท่าน

5.อาจารย์ผู้ดูแลการอบรมได้รับค่าตอบแทนครั้งละเท่าไร

อาจารย์ทุกท่านจะต้องอุทิศตนเข้ามารับใช้ธรรมะเพื่อเป็นธรรมทานโดยไม่รับค่าจ้างใดใด ส่วนเงินบริจาคหรือวัตถุสิ่งของที่ได้จากการบริจาคของศิษย์เก่านั้นเพื่อประโยชน์ของผู้ปฏิบัติใหม่และการดำเนินการอบรมในหลักสูตรต่อไป สิ่งเดียวที่อาจารย์ได้รับตอบแทนคือความพึงพอใจที่ได้เห็นความสุขของผู้ปฏิบัติหลังจากสิ้นสุดการปฏิบัติสิบวัน

6.ถ้าไม่สามารถนั่งขัดสมาธิได้จะสามารถปฏิบัติได้ไหม

ปฏิบัติได้แน่นอน เราจะจัดเก้าอี้ให้แก่ผู้ที่ไม่สะดวกที่จะนั่งบนพื้นเนื่องจากสูงวัยหรือมีปัญหาสุขภาพ โปรดแจ้งในใบสมัคร

7.ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์สามารถเข้ารับการอบรมได้หรือไม่ จะมีการจัดการหรือคำแนะนำพิเศษอะไรบ้าง

ผู้ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ในช่วงที่ปลอดภัยคือระยะ 4-7 เดือน สามารถเข้ารับการอบรมได้ แต่ขอให้แจ้งรายละเอียดให้ทางศูนย์ฯทราบล่วงหน้าเพื่อที่จะให้คำแนะนำเพิ่มเติม และแนะนำให้ปฏิบัติอย่างผ่อนคลาย

8.ทำไมจึงไม่อนุญาตให้พูดคุยในระหว่างการอบรม

ผู้ที่เข้ารับการอบรมทุกคนจะต้องรักษากฎ “ความเงียบอันประเสริฐ” ซึ่งหมายถึงการรักษาความสงบเงียบทั้งกาย วาจา และใจ โดยหลีกเลี่ยงการสื่อสารกับผู้เข้าร่วมปฏิบัติท่านอื่นๆ  เพราะความต่อเนื่องของการปฏิบัติถือเป็นเคล็ดลับแห่งความสำเร็จในการปฏิบัติตามแนวทางนี้ และการรักษาความเงียบนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ท่านสามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง  อย่างไรก็ตามท่านสามารถสอบถามเรื่องการปฏิบัติกับอาจารย์ และติดต่อกับฝ่ายจัดการได้หากท่านต้องการสิ่งใดที่จำเป็นการรักษาความเงียบนั้นจะปฏิบัติเป็นเวลาเก้าวันเต็ม ส่วนในวันที่สิบ การพูดคุยจะเริ่มขึ้นเพื่อที่จะช่วยให้ท่านเตรียมตัวสำหรับการกลับเข้าสู่วิถีชีวิตปกติ

9.ข้าพเจ้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะสามารถปฏิบัติวิปัสสนาได้

ผู้ที่มีสภาวะทางร่างกายและจิตใจเป็นปกติ มีความสนใจ และมีความตั้งใจจริง จะพบว่าการปฏิบัติวิปัสสนา รวมทั้งการรักษาความเงียบอันประเสริฐนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ถึงแม้ท่านอาจรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่หากท่านสามารถปฏิบัติตามคำสอนด้วยความอดทนและไม่ท้อถอย ท่านก็จะได้เห็นผลที่ชัดเจนอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น ท่านจะพบว่าการที่ท่านได้ปฏิบัติอยู่ท่ามกลางผู้ปฏิบัติท่านอื่นๆ ที่ปฏิบัติกันอย่างจริงจังและตั้งใจ บรรยากาศก็จะเต็มไปด้วยความเงียบสงบ และจะเป็นพลังสนับสนุนการฝึกปฏิบัติของตัวท่านด้วย

10.บุคคลประเภทใดที่ยังไม่ควรเข้ารับการอบรม

แน่นอนว่าผู้ที่มีสุขภาพร่างกายที่อยู่ในสภาพไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามตารางการปฏิบัติ จะไม่ได้รับประโยชน์จากการเข้ารับการอบรม เช่นเดียวกับผู้ที่เผชิญกับปัญหาทางจิต หรืออยู่ในสภาวะที่มีปัญหาทางอารมณ์อย่างรุนแรง จากการสอบถามเราจะสามารถช่วยท่านตัดสินใจได้ตั้งแต่ต้นว่าท่านอยู่ในสภาวะที่จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเข้ารับการอบรมหรือไม่ ในบางกรณีเราจะขอให้ผู้สมัครขอใบรับรองแพทย์มาแสดงก่อนที่เราจะตกลงอนุญาตให้เข้ารับการอบรม

11.วิปัสสนาสามารถรักษาโรคทางกายหรือทางจิตได้หรือไม่

โรคภัยไข้เจ็บหลายๆ โรคนั้นเกิดจากความไม่สงบที่มาจากภายใน หากความไม่สงบนั้นถูกขจัดไปก็อาจทำให้โรคภัยต่างๆ บรรเทาหรือหายไป แต่การฝึกวิปัสสนาโดยมีเป้าหมายเพื่อการรักษาโรคนั้นเป็นความเข้าใจที่ผิดและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ใครที่พยายามจะทำเช่นนี้จะเสียเวลาและอาจจะเป็นโทษต่อตนเองด้วยซ้ำ ผู้เข้าปฏิบัติจะไม่สามารถเข้าใจการปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรต่อโรคภัย

12.วิปัสสนาสามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้หรือไม่

วัตถุประสงค์ของวิปัสสนานั้นไม่ใช่เพื่อการรักษาโรคใดใด  ดังนั้นผู้ที่อยู่ในภาวะที่มีความซึมเศร้าอย่างรุนแรงควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาอาการให้อยู่ในขั้นปกติ ก่อนที่จะสมัครเข้ารับการอบรม

13.วิปัสสนาจะทำให้เกิดความสับสนทางจิตได้หรือไม่

ไม่ไช่เช่นนั้น วิปัสสนาสอนให้มีสติและอุเบกขา เพื่อเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิตซึ่งมีทั้งสุขและทุกข์  แต่หากผู้ใดมาเข้ารับการอบรมโดยปกปิดอาการที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์อย่างรุนแรง เขาก็อาจจะมีปัญหาไม่สามารถทำความเข้าใจกับเทคนิคการปฏิบัติหรือไม่สามารถฝึกปฏิบัติได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญ ที่ผู้สมัครต้องแจ้งให้ทางศูนย์ฯทราบถึงประวัติด้านสุขภาพ เพื่อที่จะได้พิจารณาว่าท่านจะรับประโยชน์จากการเข้ารับการอบรมหรือไม่

14.ข้าพเจ้าต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธเพื่อที่จะปฏิบัติวิปัสสนาหรือไม่

ผู้คนมากมายจากศาสนาต่างๆ รวมทั้งผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใดๆ ต่างพบว่าการเข้าปฏิบัติวิปัสสนานั้นเกิดประโยชน์ วิปัสสนาคือศิลปะในการดำเนินชีวิต  แม้ว่าวิปัสสนาเป็นของคำสอนของพระพุทธองค์ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็น “ศาสนา” ตามความหมายในปัจจุบัน หากแต่เป็นการบ่มเพาะทัศนคติในการมองโลก เพื่อที่จะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเอง และผู้อื่น

15.ทำไมต้องอยู่ปฏิบัติจนครบสิบวันด้วย

ท่านจะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยในแต่ละวันจะมีคำสอนใหม่ๆ ที่ให้เพิ่มเข้ามา จนถึงวันสุดท้ายของหลักสูตร หากท่านออกจากหลักสูตรกลางคัน นอกจากท่านจะไม่ได้เรียนรู้เทคนิค และปฏิบัติอย่างครบถ้วนแล้ว ท่านยังไม่ให้โอกาสกับวิธีการปฏิบัติวิธีนี้ว่าจะทำให้เกิดประโยชน์กับตัวท่านอย่างไร นอกจากนั้นหลักสูตรนี้มีการฝึกที่เป็นขั้นตอน เป็นกระบวนการฝึกปฏิบัติที่เข้มข้น การหยุดการฝึกปฏิบัติกลางคัน ก่อนที่จะถึงขั้นตอนสุดท้าย จึงเป็นสิ่งที่เราไม่แนะนำ

16.การออกจากการอบรมก่อนวันสิ้นสุดการอบรม จะเป็นอันตรายหรือไม่

การออกจากหลักสูตรก่อนวันสิ้นสุดการอบรมนั้น ถือว่าเป็นการตัดโอกาสของตัวท่านเอง ที่จะได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติอย่างครบถ้วน เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ประโยชน์สูงสุด หากท่านออกจากหลักสูตรก่อนวันสุดท้ายก็เท่ากับว่าท่านเสียเวลาทั้งหมดที่เข้ารับการอบรมไปอย่างเปล่าประโยชน์

17.ในวันที่สิบซึ่งเป็นวันที่พูดคุยกันได้แล้ว และการปฏิบัติอย่างจริงจังก็จบลงแล้ว จะกลับบ้านวันนั้นได้หรือไม่

วันที่สิบเป็นวันที่สำคัญมากในการเตรียมตัวที่จะกลับเข้าไปสู่วิถีชีวิตปกติ ดังนั้นผู้ปฏิบัติจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับในวันนั้น การอบรมจะสิ้นสุดในเวลา 6.30 น. ของวันที่สิบเอ็ด