ประวัติท่านอาจารย์โกเอ็นก้า

ท่านอาจารย์สัตยา นารายัน โกเอ็นก้า (Satya Narayan Goenka) หรือที่คนไทยมักเรียกท่านด้วยชื่อสกุลว่า “ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า” เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2467 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า (เมียนมาร์ในปัจจุบัน)  ในครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดู ท่านเติบโตเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย  เป็นเจ้าของกิจการโรงงานน้ำตาล โรงงานทอผ้า โรงงานผ้าห่ม และเปิดบริษัทนำเข้า-ส่งออก โดยมีสำนักงานอยู่ทั่วโลก  และได้รับเลือกให้เป็นผู้นำชุมชนชาวอินเดียในพม่า รวมทั้งเป็นประธานองค์กรต่างๆ อาทิ หอการค้ามาร์วารีแห่งพม่า สมาคมพาณิชย์และอุตสาหกรรมแห่งร่างกุ้ง  แต่ในทางตรงกันข้ามชื่อเสียง เกียรติยศและความสำเร็จที่ได้มาทำให้ท่านเกิดความตึงเครียดจนเป็นโรคไมเกรนชนิดรุนแรงที่ยังไม่มีวิธียารักษาได้  มีเพียงมอร์ฟีนที่ใช้บรรเทาความปวดเพราะยาแก้ปวดอื่นๆใช้ไม่ได้ผล และมีแนวโน้มที่จะต้องเพิ่มปริมาณการใช้มอร์ฟีนขึ้นเรื่อย ๆ   จนมีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้มาพบกับท่านอาจารย์ซายาจี อูบาขิ่นเพราะคิดว่าอาการของท่านอาจจะเกี่ยวเนื่องกับจิต และการปฏิบัติธรรมอาจจะช่วยท่านได้

ในตอนนั้นท่านอาจารย์โกเอ็นก้ามีอายุ 31 ปี  ได้มีโอกาสพบกับท่านอาจารย์ซายาจี อูบาขิ่น  ซึ่งเป็นวิปัสสนาจารย์ที่เป็นฆราวาสที่ชาวพม่าให้ความเคารพนับถือ  จึงตัดสินใจปวารณาตัวและอุทิศตนฝึกปฏิบัติวิปัสสนาและทำงานรับใช้ธรรมะในศูนย์วิปัสสนาที่ร่างกุ้งอยู่14 ปี ท่านอาจารย์อูบาขิ่นจึงได้แต่งตั้งให้ท่านทำหน้าที่เป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอน

ต่อมาท่านอาจารย์โกเอ็นก้าได้ย้ายถิ่นฐานกลับไปอยู่ในประเทศอินเดีย และเริ่มต้นสอนการปฏิบัติวิปัสสนาครั้งแรกในประเทศอินเดียให้แก่มารดาและญาติมิตรในปี พ.ศ.2512  ตั้งแต่นั้นมาด้วยวิธีการสอนที่เป็นสากลก้าวข้ามพรมแดนของเชื้อชาติศาสนาได้ดึงดูดผู้คนจำนวนนับหมื่นจากทุกเชื้อชาติศาสนา และจากหลายๆประเทศทั่วโลกมาเข้ารับการอบรม  จนต่อมาได้มีการก่อตั้งศูนย์วิปัสสนาตามแนวทางของท่านอูบาขิ่นที่สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้าขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย และขยายจำนวนของศูนย์วิปัสสนาไปทุกทวีป (ปัจจุบันมีศูนย์วิปัสสนาจำนวน 241 แห่งทั่วโลก)
นอกจากการสร้างศูนย์วิปัสสนาแล้ว ท่านอาจารย์ยังได้ก่อตั้งสถาบันวิจัยวิปัสสนาขึ้นในอินเดียในปี พ.ศ. 2528 และต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าได้เริ่มสร้างพระมหาเจดีย์วิปัสสนาแห่งโลกที่สร้างเลียนแบบเจดีย์ชเวดากองของประเทศพม่าขึ้นที่เมืองมุมไบด้วยความระลึกถึงท่านอาจารย์อูบาขิ่น ผู้เป็นครูวิปัสสนาและความรู้สึกกตัญญูต่อประเทศพม่าที่ยังคงเก็บรักษาการปฏิบัติวิปัสสนาไว้ จนท่านได้มีโอกาสนำการปฏิบัติวิปัสสนากลับมาเผยแผ่มายังประเทศอินเดียอีกครั้งหลังจากสูญหายไปเป็นเวลานาน  เจดีย์ดังกล่าวเป็นสถูปหินที่ไม่มีเสาค้ำยันที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูง 325 ฟุต  ประยุกต์ใช้เทคนิคการก่อสร้างแบบอินเดียโบราณเข้าเพื่อให้โครงสร้างอันใหญ่โตนี้คงอยุ่ไปหลายพันปี ภายในเป็นโถงขนาดใหญ่รองรับผู้ปฏิบัติธรรมได้ถึง 8 พันคน พระมหาเจดีย์แห่งนี้ยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับจากรัฐบาลศรีลังกาและสมาคมมหาโพธิ์ด้วย

วิธีปฏิบัติที่สอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งสืบทอดมากว่า 2500 ปี พระพุทธองค์ไม่เคยแบ่งแยกลัทธินิกาย ทรงสอนธรรมะซึ่งเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นที่เป็นสากล ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าได้เดินตามเส้นทางอันเป็นสากลนี้โดยไม่มีการแบ่งแยกลัทธินิกาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีผู้สนใจเข้ารับการอบรมจากทุกศาสนาและจากทุกมุมโลก

ตลอดชีวิตของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ท่านได้รับการประกาศเกียรติคุณและรางวัลมากมาย อาทิ รางวัล “ปัทมภูสนะ”  จากประธานาธิบดีของอินเดียในปี 2555 ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่รัฐบาลอินเดียมอบให้พลเรือนในฐานะที่ท่านได้บำเพ็ญคุณประโยชน์และคุณูปการแก่สังคมและได้รับมอบเกียรติคุณในฐานะที่เป็น “สัญลักษณ์แห่งการปฏิบัติธรรมตามคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า”  และอื่นๆ เช่น

–       จากสมาคมมหาโพธิ์แห่งประเทศอินเดีย ในฐานะที่เป็น “ยอดราชาแห่งวิปัสสนา”

–       คณะสงฆ์แห่งประเทศอินเดีย มอบรางวัล ธรรมมุตติ

–       มหาวิหารพะโคแห่งประเทศพม่า มอบสมัญญา มหาอุบาสก วิศวะวิปัสสีอาจารย์ (ฆราวาสผู้เป็นอาจารย์สอนวิปัสสนาผู้ยิ่งใหญ่ในสากล)

–       วัดปริยัติกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง กรุงร่างกุ้ง ประเทศพม่า มอบสมัญญาในฐานะผู้เปรียบดัง “พระเจ้าอโศกแห่งยุคปัจจุบัน”

–       มหาสภาสงฆ์สูงสุดแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา มอบเกียรติคุณในฐานะที่เป็น “อาจารย์แห่งหลักธรรม”

–       ได้รับสมัญญา AggaMahaDhammaPacaraka จากสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา
ปริญญากิตติมศักดิ์ต่างๆ

–       ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันบาลีนวนาลันทามหาวิหาร รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ในฐานะที่เป็นผู้ทรงคุณประดุจ “มหาสมุทรแห่งวิชา”

–       ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันกลางด้านทิเบตศึกษาชั้นสูง แห่งสารนาถ ประเทศอินเดีย ในฐานะ “ผู้เป็นเลิศในการบรรยายวิชา”

 ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2556 ด้วยอายุ 89 ปี ท่านทิ้งสมบัติล้ำค่า คือวิธีการปฏิบัติวิปัสสนา ซึ่งปัจจุบันนี้ได้แพร่หลายอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน